เปิดร้านกาแฟเล็กๆ หน้าบ้าน ใช้งบเท่าไหร่ ต้องขออนุญาตอะไร เสียภาษีไหม

คำตอบสั้น
- งบขึ้นกับ 3 อย่าง: เครื่องชง · ที่ (เช่าหรือบ้านตัวเอง) · งานตกแต่ง — หน้านี้ให้วิธีประมาณ ไม่ให้ตัวเลขตายตัว
- ก่อนเปิดต้อง แจ้งท้องถิ่น (ร้านเครื่องดื่มนับเป็นสถานที่จำหน่ายอาหาร) · จดทะเบียนพาณิชย์ ภายใน 30 วัน · ยื่นภาษี เมื่อรายได้ถึงเกณฑ์
- กำไรไม่มีใครรับประกันได้ — ใช้ จุดคุ้มทุน คิดว่าต้องขายวันละกี่แก้วก่อนลงเงิน
1) เปิดร้านกาแฟเล็ก ใช้งบเท่าไหร่
ตัวเลขด้านล่างเป็น 📐 ประมาณ เพื่อให้เห็นว่าต้องเตรียมเงินหมวดไหนบ้าง ไม่ใช่ราคาตลาดที่ยืนยันแล้ว ให้ขอใบเสนอราคาจริงอย่างน้อย 3 ร้านต่อรายการ
| หมวด | 📐 ช่วงประมาณ (บาท) | วิธีประมาณของคุณเอง |
|---|---|---|
| เครื่องชงเอสเปรสโซ | 📐 15,000–150,000 | มือสอง/รุ่นเล็ก vs ใหม่ 2 หัวชง · ถามราคาจริง 3 ร้าน + ค่าติดตั้ง/ประกัน |
| เครื่องบดเมล็ด | 📐 5,000–40,000 | เลือกให้เข้ากับปริมาณขายต่อวัน |
| ตู้เย็น/ตู้แช่ เครื่องปั่น กาต้มน้ำ อุปกรณ์เล็ก | 📐 10,000–40,000 | ทำลิสต์ทีละชิ้น ใส่ราคาจริง |
| ระบบน้ำ (เครื่องกรอง) + ไฟ | 📐 3,000–20,000 | ให้ช่างดูหน้างาน (ไฟพอสำหรับเครื่องชงไหม) |
| ตกแต่งหน้าร้าน/เคาน์เตอร์/ป้าย | 📐 10,000–100,000 | ใช้บ้านตัวเองถูกกว่ามาก · ขอราคาช่าง |
| วัตถุดิบ + แก้ว/ฝา/หลอด ล็อตแรก | 📐 5,000–20,000 | สั่งตามเมนูจริง พอ 2–4 สัปดาห์ |
| ค่าเช่าล่วงหน้า + มัดจำ (ถ้าเช่า) | 📐 ค่าเช่า × 2–3 เดือน | ดูสัญญาจริง |
| เงินสำรองค่าใช้จ่าย 3 เดือน | 📐 (ค่าเช่า + ค่าไฟน้ำ + ค่าแรง) × 3 | กันไว้ช่วงที่ลูกค้ายังน้อย |
| ค่าขออนุญาต/จดทะเบียน | จดทะเบียนพาณิชย์ 50 บาท ✅ · ค่าแจ้งท้องถิ่น ต้องตรวจสอบกับหน่วยงานในพื้นที่ | ดูหัวข้อ 3–4 |
วิธีใช้ตาราง: รวม "ลงทุนครั้งแรก" (แถวเครื่อง + ตกแต่ง + ล็อตแรก + มัดจำ) แยกจาก "ค่าใช้จ่ายรายเดือน" (ค่าเช่า ไฟ น้ำ ค่าแรง วัตถุดิบ) แล้วเอาไปใส่เครื่องคิด
2) ต้องมีอะไรบ้าง
- อุปกรณ์หลัก: เครื่องชง เครื่องบด อุปกรณ์ชง ตู้เย็น/ตู้แช่ ที่ล้างภาชนะ
- น้ำและไฟ: น้ำสะอาด (กฎกระทรวงสุขลักษณะฯ ให้ใช้น้ำประปาหรือคุณภาพเทียบเท่า ✅) · ไฟพอสำหรับเครื่องชง
- น้ำแข็ง: ต้องสะอาด เก็บในภาชนะมีฝา ใช้ที่ตักเฉพาะ ห้ามแช่ของอื่นรวม ✅
- คน: เจ้าของร้านและคนชงต้อง ผ่านการอบรมสุขาภิบาลอาหาร ✅
- เมนูและต้นทุน: คิดต้นทุนต่อแก้วทุกเมนูด้วย คิดต้นทุนต่อจาน (ใส่เมล็ด นม น้ำเชื่อม แก้ว ฝา หลอด)
- ทำเล: เทียบหลายจุดด้วย เทียบทำเล — ร้านหน้าบ้านดูคนเดินผ่าน ที่จอดรถ และคู่แข่งใกล้เคียง
3) ต้องขออนุญาตอะไร
- ร้านเครื่องดื่มนับเป็น สถานที่จำหน่ายอาหาร ✅ → พื้นที่ไม่เกิน 200 ตร.ม. แจ้งท้องถิ่นขอหนังสือรับรองการแจ้งก่อนเปิด · เกิน 200 ตร.ม. ขอใบอนุญาต ✅
- ตั้งรถ/โต๊ะขายบนทางเท้าหรือที่สาธารณะ → ขอใบอนุญาตจำหน่ายในที่สาธารณะแยก ✅
- คั่วเมล็ดเองในร้าน อาจต้องใช้ใบอนุญาตประเภทอื่น → ต้องตรวจสอบกับหน่วยงานในพื้นที่ ⏳
- รายละเอียดเต็ม → เปิดร้านอาหาร ต้องขออนุญาตอะไรบ้าง
- ทำเมล็ดคั่ว/กาแฟพร้อมดื่มบรรจุขวดขายส่ง → อาจเกี่ยวกับ อย. → อาหารบรรจุขาย ต้องมี อย. ไหม
4) ต้องจดทะเบียนไหม
ร้านกาแฟที่ขายได้วันใดวันหนึ่งตั้งแต่ 300 บาท หรือขายผ่านออนไลน์ → ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ภายใน 30 วันหลังเริ่มขาย ค่าธรรมเนียม 50 บาท ยื่นที่เขต/เทศบาล/อบต. ✅ → อ่านวิธีจดทะเบียนพาณิชย์
5) เสียภาษีไหม
- รายได้ร้านกาแฟเป็นเงินได้ 40(8) · กิจการ "ปรุงอาหารหรือเครื่องดื่มขาย" หักค่าใช้จ่ายเหมาได้ 60% หรือหักตามจริง ✅
- ยื่น ภ.ง.ด.94 (ก.ค.–ก.ย.) และ ภ.ง.ด.90 (ม.ค.–มี.ค. ปีถัดไป) เมื่อรายได้ถึงเกณฑ์ ✅
- ยอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจด VAT ภายใน 30 วัน ✅
- จดรายรับ-รายจ่ายทุกวัน เก็บบิลไว้ ✅ → ภาษีแม่ค้า ร้านเล็ก ฉบับเต็ม
6) กำไรไหม / ความเสี่ยงคืออะไร
เราไม่บอกว่าร้านกาแฟกำไรหรือขาดทุน เพราะขึ้นกับทำเล ราคา ต้นทุน และคนขายของแต่ละร้าน สิ่งที่ทำได้คือคิดตัวเลขของคุณเองก่อนลงเงิน:
- ต้นทุนต่อแก้ว → คิดต้นทุนต่อจาน
- ราคาขาย − ต้นทุนต่อแก้ว = เงินที่เหลือต่อแก้ว
- ค่าใช้จ่ายรายเดือน ÷ เงินที่เหลือต่อแก้ว = ต้องขายกี่แก้วต่อเดือนถึงคุ้ม → จุดคุ้มทุน
- หารด้วยจำนวนวันที่เปิด แล้วถามตัวเองตรงๆ ว่า ทำเลนี้ขายได้วันละเท่านั้นจริงไหม → เทียบทำเล
ความเสี่ยงที่พบบ่อย (ให้คิดเผื่อ): - ลงเงินกับเครื่องและตกแต่งมากเกินไปก่อนรู้ว่าทำเลขายได้จริง - ไม่ได้นับค่าแก้ว ฝา หลอด นม ที่เสีย/ทิ้ง ทำให้ต้นทุนต่อแก้วจริงสูงกว่าที่คิด - ราคาวัตถุดิบ (เมล็ด นม) ขึ้นลง → คิดต้นทุนใหม่ทุกครั้งที่ราคาเปลี่ยน - ขายผ่านแอปเดลิเวอรีมีค่า GP → ใส่ค่า GP ในเครื่องคิดต้นทุนด้วย - ไม่มีเงินสำรองช่วงเดือนแรกๆ ที่ลูกค้ายังน้อย
✅ สรุปขั้นตอน
- [ ] ทำลิสต์อุปกรณ์ + ขอราคาจริง 3 ร้าน/รายการ
- [ ] คิดต้นทุนต่อแก้วทุกเมนู → ตั้งราคา
- [ ] คิดจุดคุ้มทุน (ต้องขายวันละกี่แก้ว)
- [ ] เทียบทำเลอย่างน้อย 2–3 จุด
- [ ] ถามท้องถิ่นเรื่องแจ้ง/ใบอนุญาต แล้วยื่นก่อนเปิด
- [ ] อบรมสุขาภิบาลอาหาร (เจ้าของ + คนชง)
- [ ] จดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วันหลังเปิด
- [ ] เริ่มจดบัญชีรับ-จ่ายวันแรก เตรียมยื่นภาษีตามรอบ
ที่มา (ตรวจข้อมูล 20 ต.ค. 2569)
ข้อเท็จจริงที่ติด ✅ มาจากแหล่งในบทความ 01–04: 1. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (จดทะเบียนพาณิชย์) — https://www.dbd.go.th/storage/manual/43eec450-c4b5-4fe5-9b9e-2814d961eeec.pdf 2. กรมอนามัย (สถานที่จำหน่ายอาหาร 200 ตร.ม.) — https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/090765/ 3. กรมอนามัย (กฎกระทรวงสุขลักษณะฯ 2561: น้ำใช้ น้ำแข็ง อบรม) — https://www.thabua.go.th/contents/post/000002034-90afb3bec2f103ad422dbd092f5efe51.pdf 4. คู่มือท้องถิ่น จำหน่ายในที่สาธารณะ — https://www.lomkao.go.th/contents/post/000000337-10a7c3af58dd7903572b876cbf99fb89.pdf 5. กรมสรรพากร (40(8) · หักเหมา · ภ.ง.ด.94/90 · VAT) — https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/SMEs/Info-PND94-130666.pdf · https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/SMEs/infographic/e-Commerce_EP1.pit.pdf · https://rd.go.th/7061.html
ตัวเลขงบ 📐 = ทีมตั้งใจประมาณช่วงกว้างเพื่อให้เห็นหมวดเงิน ยังไม่ได้ยืนยันกับราคาตลาด · ก่อนขึ้นเว็บควรเก็บใบเสนอราคาจริงหรือแหล่งราคาที่ตรวจได้มาแทน
เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน บัญชี หรือกฎหมายเฉพาะบุคคล · ไม่รับประกันรายได้หรือกำไร