เปิดร้านนวด ต้องมีใบอะไรบ้าง ใช้อะไรบ้าง? แนวคิดร้าน + ชุดอุปกรณ์ตามงบ 3 ระดับ

ร้านนวดที่อยู่รอด
ต่างจากร้านที่ปิดไป แค่ 6 เรื่องนี้
6 หัวใจของร้านนวด
แตะการ์ดเพื่ออ่านเจาะลึกแต่ละเรื่อง
หมอนวดฝีมือดี ที่อยู่กับร้านนาน
ลูกค้าติดใจที่มือหมอ ไม่ใช่ที่ร้าน และหมอนวดเก่งๆ หายากมาก ต้องวางแผนตั้งแต่ก่อนเปิดว่าใครจะนวด คัดฝีมือยังไง แบ่งเงินยังไงให้ยุติธรรม และทำยังไงให้เขาอยากอยู่ต่อ
ถ้าพลาด: หมอเก่งลาออก ลูกค้าประจำตามไปหรือเงียบหาย วันที่คนเยอะกลับไม่มีคนนวด
รู้ว่าแต่ละชั่วโมง หลังจ่ายค่ามือแล้วร้านเหลือเท่าไร
ค่ามือหมอนวดคือรายจ่ายก้อนใหญ่ที่เพิ่มตามลูกค้า เงินที่เหลือหลังจ่ายค่ามือต้องพอจ่ายค่าเช่า ค่าไฟแอร์ ผ้า ค่าซัก และคนต้อนรับ คิดให้ออกก่อนตั้งราคาและก่อนตกลงวิธีแบ่งเงิน
ถ้าพลาด: รายรับดูเยอะทุกเดือน แต่หักทุกอย่างแล้วเหลือนิดเดียว ยิ่งลดราคาสู้ร้านข้างๆ ยิ่งไม่เหลือ
ใบอนุญาตครบ ทั้งร้านและหมอนวดทุกคน
ร้านนวดเพื่อสุขภาพต้องขอใบอนุญาตสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ แม้ร้านเล็กก็ยังไม่พบข้อยกเว้น หมอนวดทุกคนต้องขึ้นทะเบียน และสถานที่ต้องทำเอกสารได้ เช็กให้จบก่อนเซ็นสัญญาเช่าหรือแต่งร้าน
ถ้าพลาด: ลงเงินแต่งร้านไปแล้วแต่ขอใบไม่ผ่าน หรือเปิดไปแล้วถูกสั่งปิด มีโทษทั้งจำคุกและปรับ
ถามสุขภาพลูกค้าก่อนนวดทุกครั้ง
นวดผ่อนคลายกับนวดรักษาไม่เหมือนกัน ก่อนนวดต้องถามสุขภาพทุกครั้ง มีบางอาการที่ไม่ควรนวด และในร้านนวดเพื่อผ่อนคลายไม่ควรบิดหรือดัดแรงๆ ให้หมอทุกคนทำแบบเดียวกัน
ถ้าพลาด: ลูกค้าบาดเจ็บ ร้านถูกตรวจและเป็นข่าว ความเชื่อใจที่สร้างมานานหายไปในวันเดียว
สะอาด ภาพร้านชัด และให้ลูกค้ากลับมาหาหมอคนเดิม
ผ้าเปลี่ยนทุกคน ห้องไม่มีกลิ่นอับ ราคาติดให้เห็นชัด และหน้าร้านบอกชัดว่าเป็นร้านนวดเพื่อสุขภาพ แล้วมีวิธีชวนลูกค้ากลับมา เช่นนัดครั้งหน้า บัตรสะสม หรือหมอประจำตัว
ถ้าพลาด: ครอบครัวและผู้หญิงไม่กล้าเข้า ลูกค้ามาครั้งเดียวแล้วไม่กลับ ร้านต้องรอแต่คนเดินผ่าน
ทำเลที่ลูกค้ากลุ่มของเราผ่านจริง และค่าเช่าที่ไหวในเดือนเงียบ
รู้ก่อนว่าลูกค้าหลักคือใคร คนทำงาน ผู้สูงอายุ หรือนักท่องเที่ยว แล้วเลือกทำเลตามนั้น ย่านท่องเที่ยวคนเยอะแต่ขึ้นลงตามฤดูและแข่งราคาแรง ค่าเช่าต้องจ่ายได้แม้เดือนที่ลูกค้าน้อย
ถ้าพลาด: ช่วงเงียบหรือช่วงที่ต้องปิดร้าน ค่าเช่าเดินทุกเดือน เงินหมดก่อนลูกค้าจะกลับมา
ร้านคุณพร้อมแค่ไหน?
ตอบตามจริง 5 ข้อ แล้วดูว่าต้องเตรียมอะไรเพิ่ม
หาหมอนวดที่ดี และทำให้เขาอยากอยู่กับร้าน
ทั้งประเทศยังขาดหมอนวดอีกมาก หมอฝีมือดีมีที่ให้เลือกเยอะ เจ้าของร้านหลายคนเล่าว่าหมอเข้าๆ ออกๆ วันไหนลูกค้าเยอะคนไม่พอ ต้องลงมือนวดเอง
ทำทีละขั้น
- ถ้าเจ้าของนวดเป็นเอง เริ่มจากตัวเองก่อน แล้วค่อยเพิ่มหมอทีละคน จะคุมฝีมือได้ง่ายกว่า
- รับเฉพาะหมอที่ขึ้นทะเบียนแล้ว และเรียนจากหลักสูตรที่ สบส. รับรอง ขอดูเอกสารทุกคน
- ให้ลองนวดจริงก่อนรับ ให้เจ้าของหรือคนที่ไว้ใจเป็นคนรับนวด ดูทั้งฝีมือ การลงน้ำหนัก และมารยาท
- ตกลงวิธีแบ่งเงินให้ชัดตั้งแต่วันแรก เขียนไว้ให้ทั้งสองฝ่ายถือ ไม่ว่าจะแบ่งตามรายได้ จ่ายต่อชั่วโมง หรือประกันรายได้ขั้นต่ำ
- ให้หมอได้ประโยชน์เมื่อลูกค้าขอตัว เช่นมีค่ารีเควส หรือขึ้นค่ามือเมื่อทำงานครบตามที่ตกลง
- จัดตารางงานล่วงหน้า และเมื่อมีคนลาออก ถามเหตุผลตรงๆ เพื่อแก้ก่อนคนถัดไปจะออก
สัญญาณเตือน
มีหมอคนเดียวที่ลูกค้าขอตลอด · ต้องรับใครก็ได้เพราะคนไม่พอ · หมออยู่ไม่กี่เดือนก็ออก · เจ้าของต้องลงนวดเองทุกวันที่คนเยอะ
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
คิดให้ออกว่าแต่ละชั่วโมงร้านเหลือเงินเท่าไร
เจ้าของร้านนวดคนหนึ่งเปิดตัวเลขให้ดูว่ารายรับโตขึ้นทุกเดือน แต่หลังแบ่งเงินให้หมอ จ่ายค่าเช่า ค่าไฟ และจ้างคนต้อนรับเพราะตัวเองไม่ได้อยู่ร้าน เงินที่เหลือน้อยกว่าที่คิดมาก
ทำทีละขั้น
- แยกราคาแต่ละบริการ เช่น นวดไทย นวดเท้า นวดน้ำมัน แล้วลบค่ามือที่ต้องจ่ายต่อชั่วโมงของบริการนั้น
- ลบของที่ใช้ต่อคนด้วย น้ำมัน ครีม ผ้า ค่าซัก ชาหรือน้ำ จะได้เงินที่ร้านเหลือต่อชั่วโมง
- รวมค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเดือน ค่าเช่า ไฟ น้ำ คนต้อนรับ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปี แล้วหารด้วยวันที่เปิดจริง
- เอาตัวเลขต่อวัน หารเงินที่เหลือต่อชั่วโมง จะได้จำนวนชั่วโมงที่ต้องขายให้ได้ต่อวัน แล้วเทียบกับจำนวนเตียงและเวลาที่เปิดว่าเป็นไปได้ไหม
- ถ้าตกลงประกันรายได้ให้หมอ ลองคิดวันที่ลูกค้าน้อยด้วย เพราะร้านยังต้องจ่ายแม้ไม่มีลูกค้า
- ตั้งราคาจากตัวเลขของตัวเอง ไม่ลดราคาจนต่ำกว่าเส้นนี้เพียงเพราะร้านรอบๆ ลด
สัญญาณเตือน
ตอบไม่ได้ว่าชั่วโมงละเหลือกี่บาท · ตั้งราคาตามร้านข้างๆ · ลดราคาแล้วลูกค้าเพิ่มแต่เงินไม่เพิ่ม · ขายแพ็กเกจล่วงหน้าแล้วไม่ได้จดว่าลูกค้าใช้ไปเท่าไร
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
ทำใบอนุญาตให้ครบ ก่อนเสียเงินแต่งร้าน
ร้านนวดอยู่ภายใต้กฎหมายสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ใบอนุญาตผูกกับสถานที่ ถ้าที่นั้นทำเอกสารไม่ได้ หรือไม่มีของที่กฎหมายกำหนด จะขอใบไม่ผ่าน กรุงเทพฯ ยื่นที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ต่างจังหวัดยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)
ทำทีละขั้น
- ก่อนเซ็นสัญญาเช่า ถาม สสจ. หรือ สบส. ว่าสถานที่นี้ขอใบอนุญาตได้ไหม ต้องมีอะไรบ้าง และใช้เวลานานแค่ไหน
- เตรียมเอกสารสถานที่ เช่นทะเบียนบ้านของสถานที่ สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมจากเจ้าของ
- จัดร้านให้มีของตามรายการที่ต้องถ่ายรูปส่ง เช่น ที่เปลี่ยนเสื้อผ้า อ่างล้างมือ ห้องน้ำ ที่ซักตากผ้า ถังดับเพลิง ชุดปฐมพยาบาล
- เช็กว่าหมอนวดทุกคนขึ้นทะเบียนแล้ว และหลักสูตรที่เรียนได้รับการรับรอง เพราะบางสถาบันยังไม่ได้รับรอง
- จดวันจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีและวันต่ออายุใบอนุญาตไว้ ไม่ใช่จ่ายครั้งเดียวจบ
- ถ้าอยากรับนวดนอกร้าน เช่นไปบ้านหรือโรงแรม ให้ถาม สสจ. หรือ สบส. ก่อน เพราะตอนนี้กฎหมายยังไม่รองรับชัดเจน
สัญญาณเตือน
เซ็นสัญญาเช่าก่อนถามหน่วยงาน · ไม่รู้ว่าหมอนวดในร้านขึ้นทะเบียนหรือยัง · ไม่รู้ว่าใบอนุญาตหมดเมื่อไร · คิดว่าร้านเล็กไม่ต้องขอใบ
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
ให้ทุกคนที่มานวด กลับบ้านไปอย่างปลอดภัย
กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะนำให้ซักประวัติก่อนนวดเสมอ และมีอาการที่ห้ามนวด เช่น ไข้สูง กระดูกร้าวหรือหัก บริเวณที่อักเสบ หรือติดเชื้อที่ผิวหนัง เคยมีข่าวที่ทำให้หน่วยงานลงตรวจร้านนวด และย้ำว่านวดผ่อนคลายห้ามบิดดัด
ทำทีละขั้น
- ทำแบบถามสุขภาพสั้นๆ เช่น มีโรคประจำตัวไหม ตั้งครรภ์ไหม มีไข้ไหม เพิ่งบาดเจ็บหรือผ่าตัดไหม เจ็บตรงไหนเป็นพิเศษ
- ให้หมอทุกคนถามทุกครั้ง แม้เป็นลูกค้าประจำ เพราะสุขภาพเปลี่ยนได้
- ถ้าลูกค้ามีอาการที่ไม่ควรนวด หรือไม่แน่ใจ ให้บอกอย่างสุภาพและแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
- ตกลงกันในร้านว่าไม่บิด ไม่ดัดแรง โดยเฉพาะคอ และหยุดทันทีเมื่อลูกค้าบอกว่าเจ็บ
- จดชื่อ วันที่ และสิ่งที่ลูกค้าบอก เก็บไว้ในทะเบียนลูกค้า
- ถ้าโฆษณาร้าน อย่าเขียนว่านวดรักษาโรคได้
สัญญาณเตือน
ลูกค้าเดินเข้ามาแล้วนวดเลยโดยไม่ถาม · หมอแต่ละคนทำไม่เหมือนกัน · มีลูกค้าบ่นว่าเจ็บหลังนวดแต่ไม่มีใครจด · ร้านไม่มีชุดปฐมพยาบาล
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
ทำให้ลูกค้าวางใจ และอยากกลับมาอีก
ลูกค้าที่นวดบ่อยมักให้น้ำหนักกับความสะอาด ความสุภาพ และฝีมือที่เท่ากันทุกครั้ง แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้กลับมาเอง มักรอจนปวดอีกรอบถึงจะนึกได้ ร้านที่มีวิธีชวนกลับมาจึงไม่ต้องพึ่งคนเดินผ่านอย่างเดียว
ทำทีละขั้น
- เปลี่ยนผ้าปู ผ้าคลุม และปลอกหมอนทุกคน เตรียมผ้าไว้หลายชุดให้ซักทัน
- เปิดห้องให้อากาศถ่ายเท เช็กกลิ่นทุกวัน ห้องน้ำและอ่างล้างมือสะอาดเสมอ
- ติดราคาและเวลาของแต่ละบริการให้เห็นชัด จับเวลาให้ครบตามที่ลูกค้าจ่าย
- ทำหน้าร้านให้ดูเป็นร้านนวดเพื่อสุขภาพ สว่าง เรียบร้อย ไม่ให้หมอนั่งโชว์หน้าร้าน ซึ่งกฎหมายก็ห้ามไว้
- ก่อนลูกค้ากลับ ถามว่าอยากนัดครั้งหน้าไหม จดว่าชอบหมอคนไหน หรือใช้บัตรสะสมแทนการลดราคาบ่อยๆ
- ถ้าขายแพ็กเกจหรือคูปองล่วงหน้า จดให้ชัดว่าใครเหลือกี่ครั้ง และเขียนเงื่อนไขให้เข้าใจง่าย
สัญญาณเตือน
มีกลิ่นอับในห้อง · ผ้าไม่พอเปลี่ยนวันที่ลูกค้าเยอะ · ลูกค้าส่วนใหญ่มาครั้งเดียว · ไม่รู้ว่าลูกค้าประจำคือใคร
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
เลือกทำเลให้ตรงลูกค้า และไม่ให้ค่าเช่ากินร้าน
ช่วงที่ร้านนวดถูกสั่งปิดหรือลูกค้าหาย เจ้าของหลายร้านบอกว่าภาระหนักที่สุดคือค่าเช่าที่ยังต้องจ่าย บางร้านต้องเซ้งร้านไป ส่วนร้านริมถนนที่ไม่มีที่จอดอาจเหมาะกับนักท่องเที่ยวเดินเข้า แต่ไม่เหมาะกับลูกค้าที่อยากได้ความสงบ
ทำทีละขั้น
- เขียนให้ชัดว่าลูกค้าหลักคือใคร มาตอนไหน คนทำงานมักมาหลังเลิกงานและวันหยุด ผู้สูงอายุอยากได้ร้านใกล้บ้าน ชั้นล่าง ไม่มีบันไดชัน
- ไปนับคนผ่านช่วงที่ลูกค้ากลุ่มนั้นจะมา ทั้งวันธรรมดาและเสาร์อาทิตย์
- ดูที่จอดรถ ป้ายรถ และความเงียบของจุดนั้น
- เดินดูร้านนวดรอบๆ ว่าคิดราคาเท่าไร คนเยอะช่วงไหน แล้วคิดว่าร้านเราจะต่างจากเขาตรงไหนโดยไม่ต้องตัดราคา
- เทียบค่าเช่ากับเดือนที่ลูกค้าน้อยที่สุด ไม่ใช่เดือนที่ดีที่สุด และเตรียมเงินสำรองแยกไว้
- อ่านสัญญาเช่าเรื่องการต่อสัญญา การขึ้นค่าเช่า และกรณีต้องปิดร้านชั่วคราว ก่อนเซ็น
สัญญาณเตือน
เลือกที่เพราะค่าเช่าถูกหรือใกล้บ้าน · ลูกค้ามาแค่บางฤดู · ต้องลดราคาสู้ร้านข้างๆ ตลอด · ไม่มีเงินสำรองถ้าต้องปิดร้านสักเดือน
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง
🧰 ชุดเปิดร้านนวด ทีมตั้งใจคัดไว้ให้แล้ว
ทีมตั้งใจจัดชุดอุปกรณ์ร้านนวดไว้ 3 ระดับ จากของที่ร้านนวดใช้กันจริงและมีคนซื้อจริง ติ๊กออกของที่มีอยู่แล้ว ยอดรวมจะคำนวณให้เอง
จัดชุดอุปกรณ์ตามงบ
ติ๊กออกของที่มีอยู่แล้ว · กด "เปลี่ยนรุ่น" เพื่อเลือกยี่ห้อ/รุ่นอื่น ยอดรวมคิดใหม่ให้ · ภาพสินค้าจากร้านค้า · คิดเฉพาะค่าอุปกรณ์ ไม่รวมค่าตกแต่ง/จัดร้าน ค่าเช่า มัดจำ และวัตถุดิบ · *ราคาประมาณ ณ วันที่ 5 พ.ย. 2569 · ราคาจริงขึ้นกับร้านค้าและจำนวนที่ซื้อ
ของใช้ที่อาจต้องซื้อเพิ่ม
ของเล็ก ของสิ้นเปลือง และอุปกรณ์เสริมที่ร้านส่วนใหญ่ต้องใช้ แยกจากชุดอุปกรณ์หลัก
ติ๊กออกของที่มีอยู่แล้ว · กด "เปลี่ยนรุ่น" เพื่อเลือกยี่ห้อ/รุ่นอื่น ยอดรวมคิดใหม่ให้ · ภาพสินค้าจากร้านค้า · คิดเฉพาะค่าอุปกรณ์ ไม่รวมค่าตกแต่ง/จัดร้าน ค่าเช่า มัดจำ และวัตถุดิบ · *ราคาประมาณ ณ วันที่ 5 พ.ย. 2569 · ราคาจริงขึ้นกับร้านค้าและจำนวนที่ซื้อ
ร้านนวดไทยส่วนใหญ่ใช้เบาะนวดวางพื้น (หมอนวดลงน้ำหนักได้ดีกว่าเตียงสูง) ส่วนนวดน้ำมันใช้เตียงที่มีรูวางหน้า · เก้าอี้ผ้าใบปรับเอนเป็นทางเลือกประหยัดสำหรับนวดเท้า ถ้าลูกค้าเยอะค่อยเปลี่ยนเป็นโซฟานวดเท้า
อ่านละเอียด: เปิดร้านนวด ทีละเรื่อง
คำตอบสั้น
- ร้านนวดทุกขนาด ต้องมีใบอนุญาตสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทนวดเพื่อสุขภาพ แม้มีแค่ 1–2 เตียง (ยื่นที่ สบส. ในกรุงเทพฯ หรือ สสจ. ต่างจังหวัด)
- หมอนวดทุกคนต้องขึ้นทะเบียน และเรียนจากหลักสูตรที่ สบส. รับรอง ร้านรับได้เฉพาะคนที่ขึ้นทะเบียนแล้ว
- ต้นทุนก้อนใหญ่ของร้านนวดไม่ใช่อุปกรณ์ แต่คือ ค่ามือหมอนวด ค่าเช่า และค่าแอร์ → คิดตัวเลขให้รอบก่อนเปิด
แนวคิดการเปิดร้านนวด
สรุปจากกฎหมาย ข่าว และเรื่องเล่าของเจ้าของร้านจริง (ที่มาท้ายบท)

ลูกค้าคือใคร มาเพราะอะไร
- คนทำงานที่นั่งนาน ปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง อยากได้หมอที่ "นวดตรงจุด" และร้านที่เปิดหลังเลิกงานหรือวันหยุด
- ผู้สูงอายุและวัยกลางคน อยากได้ร้านใกล้บ้าน เข้าออกง่าย หมอที่ถามสุขภาพก่อนนวดและลงน้ำหนักพอดี
- นักท่องเที่ยว มักเลือกนวดเท้าหรือนวดสั้นๆ ดูที่ป้ายราคาชัด สะอาด เปิดดึก
- ขาประจำในชุมชน นวดเป็นกิจวัตร ราคาต้องมาได้บ่อย ชอบคูปองหรือบัตรสะสม
ร้านที่นิยมเปิดมี 3 แบบ
| แบบ | ขนาดคร่าวๆ | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|
| ร้านเล็กในชุมชน 1–3 ที่ | ห้องเล็ก/หน้าบ้าน | เจ้าของเป็นหมอนวดเอง เริ่มจากขาประจำแถวบ้าน |
| ห้องแถวนวดไทย + นวดเท้า | 1 คูหา ราว 30–50 ตร.ม. 3–5 ที่ | ทำเลคนผ่านเยอะ จ้างหมอนวด 2–4 คน |
| ร้าน 2 คูหา มีห้องนวดน้ำมันแยก | ราว 60–120 ตร.ม. 6–10 ที่ | มีพนักงานต้อนรับ รับลูกค้าเดินเข้าได้ทั้งวัน |
ขนาดเป็นตัวเลขคร่าวๆ จากบทความธุรกิจ ไม่ใช่เกณฑ์ทางการ · ถ้าจะมีที่อาบน้ำให้ลูกค้า ต้องขอเป็น "สปา" ซึ่งเกณฑ์เข้มกว่า
เงินเข้าจากไหน (ราคาตลาดที่พบ ไม่ใช่สัญญาว่าจะได้)
| บริการ | ราคาที่พบต่อชั่วโมง |
|---|---|
| นวดไทย | ราว 150–300 บาท (บางจังหวัดถึง 400) |
| นวดเท้า | ราว 250–300 บาท |
| นวดน้ำมัน | ราว 350 บาท |
| นวดอโรม่า | ราว 500–700 บาท |
| นวดประคบสมุนไพร | ราว 600 บาท |
รายได้เสริมที่ร้านทำกัน: แพ็กเกจ 2 ชั่วโมง · คูปองหรือบัตรสะสม · ขายยาหม่อง ลูกประคบ (ห้ามโฆษณาว่านวดรักษาโรคได้)
แบ่งเงินกับหมอนวดยังไง (แบบที่พบบ่อย)
- แบ่งครึ่ง 50/50 นิยมในร้านเล็ก
- ค่ามือคงที่ต่อชั่วโมง นวดไทยราว 100–150 บาท
- ประกันรายได้ขั้นต่ำ เช่นวันละ 300–400 บาท แล้วจ่ายตามชั่วโมงเพิ่ม
ตัวอย่างจากกระทู้เจ้าของร้านคนหนึ่ง: รายรับ 10 เดือนแรกดูเยอะ แต่หลังจ่ายค่ามือ ค่าเช่า และพนักงานต้อนรับแล้ว เหลือไม่มาก → คิดตัวเลขทั้งหมดก่อนเปิด ด้วยเครื่องคิดจุดคุ้มทุน
ค่าใช้จ่ายที่มักลืม
- ค่าไฟแอร์ (ร้านเปิดแอร์ทั้งวันจนดึก)
- ผ้าและค่าซัก: ควรมีผ้าหมุนเวียนอย่างน้อย 3 ชุดต่อที่ และต้องมีที่ซัก-ตากผ้าในร้าน (เป็นเงื่อนไขตอนขอใบอนุญาต)
- ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต รายปี ไม่ใช่จ่ายครั้งเดียว
- ถังดับเพลิง สัญญาณเตือนภัย ชุดปฐมพยาบาล ป้ายห้ามสูบบุหรี่
- เงินสำรองจ่ายค่าเช่าและค่ามือช่วง 3–6 เดือนแรกที่ลูกค้ายังไม่เต็ม
ร้านที่ไปได้ดี vs ร้านที่ลำบาก
| ร้านที่ไปได้ดีมักมี | ร้านที่ลำบากมักเจอ |
|---|---|
| หมอนวดฝีมือสม่ำเสมอ ลูกค้าได้มาตรฐานเดิมทุกครั้ง | หมอนวดเก่งลาออก (ทั้งประเทศขาดหมอนวดราว 7 หมื่นคน หมอเก่งย้ายร้านง่าย) |
| สะอาดที่มองเห็นได้ ผ้าเปลี่ยนทุกคน ไม่มีกลิ่นอับ | แข่งตัดราคาในย่านท่องเที่ยว |
| ระบบค่าตอบแทนที่ดึงหมอเก่งไว้ได้ | รายรับสูงแต่เหลือน้อย เพราะเจ้าของไม่อยู่คุมร้าน |
| ขาประจำ ระบบนัด คูปอง | ภาพลักษณ์ไม่ชัด ทำให้ครอบครัวและผู้หญิงไม่กล้าเข้า |
ถามตัวเองก่อนเปิด
- หมอนวดมาจากไหน ตัวเองนวดเป็นและขึ้นทะเบียนแล้วหรือยัง ถ้าจ้าง มีกี่คนที่พร้อมอยู่ยาว
- จะแบ่งเงินกับหมอนวดแบบไหน และถ้าเดือนแรกลูกค้าน้อย ร้านจ่ายไหวกี่เดือน
- ทำเลนี้มีคนกลุ่มที่เราอยากได้ผ่านทุกวันไหม ร้านนวดแถวนั้นคิดราคาเท่าไหร่
- สถานที่ทำเอกสารใบอนุญาตได้ไหม (ทะเบียนบ้าน สัญญาเช่า ห้องน้ำ อ่างล้างมือ ที่ซักผ้า)
- ถ้าเราไม่อยู่ร้าน ใครคุมคุณภาพ ความสะอาด และการถามสุขภาพลูกค้าก่อนนวด
- ลูกค้าจะกลับมาซ้ำเพราะอะไร
เปิดร้านนวด คำถามที่คนถามบ่อย
แตะหัวข้อเพื่อเปิดอ่าน
1) เปิดร้านนวด ต้องมีใบอะไรบ้าง
- เจ้าของร้าน: ขอใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทนวดเพื่อสุขภาพ (แบบ สพส.1) ตาม พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 · อายุ 20 ปีขึ้นไป · ใบอนุญาตมีอายุ 5 ปี
- ค่าธรรมเนียม คิดตามพื้นที่ให้บริการ ราว 500–5,000 บาท (ร้านไม่เกิน 100 ตร.ม. เริ่ม 500 บาท) และมี ค่าธรรมเนียมรายปี อีกปีละไม่เกิน 1,000 บาท
- ยื่นที่ไหน: กรุงเทพฯ ยื่นที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) · ต่างจังหวัดยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) · ใช้เวลาราว 65–75 วันทำการหลังเอกสารครบ
- ได้ใบนี้แล้ว ไม่ต้องขอใบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจากท้องถิ่นซ้ำ
- เปิดโดยไม่มีใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท
- ร้านนวดต้องมี "ผู้ดำเนินการ" หรือไม่ ข้อมูลที่พบยังไม่ตรงกัน → ถาม สบส. หรือ สสจ. ก่อนยื่น
2) หมอนวดต้องขึ้นทะเบียนไหม
- ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการ (แบบ สพส.12) ทุกคน · อายุ 18 ปีขึ้นไป · มีใบประกาศจาก หลักสูตรที่ สบส. รับรอง
- กฎหมายไม่ได้กำหนดชั่วโมงตายตัว แต่หลักสูตรนวดไทย 150 ชั่วโมงเป็นหลักสูตรที่ใช้ขึ้นทะเบียนได้
- ก่อนจ้างหรือก่อนไปเรียน เช็กรายชื่อหลักสูตรที่รับรองก่อน เพราะมีคนถูกปฏิเสธเพราะชื่อหลักสูตรหรือชั่วโมงไม่ตรง
- งานนวดไทยเป็นงานที่สงวนไว้ให้คนไทย (ประกาศกระทรวงแรงงาน 2563)
3) ร้านเล็ก 1–2 เตียง หรือเปิดที่บ้าน ต้องขอไหม
- ต้องขอเหมือนกัน กฎหมายไม่ได้ยกเว้นร้านเล็ก ค่าธรรมเนียมเริ่มที่ขั้นต่ำสุด
- รับนวดนอกสถานที่ (ไปบ้าน/โรงแรม) ยังเป็นพื้นที่สีเทา: กฎหมายปัจจุบันผูกการนวดไว้กับสถานที่ที่ได้รับอนุญาต และรัฐเพิ่งเปิดรับฟังความเห็นเรื่องแก้กฎหมายให้รองรับเมื่อ ส.ค. 2569 → ถาม สบส./สสจ. ก่อนเริ่ม
4) ในร้านต้องมีอะไรบ้างตอนขอใบอนุญาต
- ป้ายชื่อร้าน เลขที่ เวลาเปิดปิด ป้ายห้ามสูบบุหรี่ · จุดต้อนรับ · ห้องน้ำ อ่างล้างมือ · ที่ซัก-ตากผ้าและที่เก็บอุปกรณ์ · ถังดับเพลิง สัญญาณเตือนภัย ชุดปฐมพยาบาล ถังขยะมีฝา
- ห้ามจัดที่ให้หมอนวดนั่งโชว์ให้ลูกค้าเลือก · ห้ามขายหรือดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน
- ร้านนวดเพื่อสุขภาพ ห้ามมีที่อาบน้ำให้บริการ (ถ้าจะมีต้องขอเป็นสปา)
5) ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ เสียภาษีอะไรบ้าง
- ร้านบุคคลธรรมดาดูจดทะเบียนพาณิชย์ตามเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- รายได้ค่าบริการเป็นเงินได้ที่ต้องยื่นภาษี · รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจด VAT · ขายแพ็กเกจหรือคูปองล่วงหน้าต้องบันทึกบัญชีให้ถูก → ดูภาษีแม่ค้า ร้านเล็ก
6) ร้านนวดดีไหม ความเสี่ยงคืออะไร
- ความต้องการมีจริง คนทำงานนั่งนานและผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น
- ความเสี่ยงหลักคือ คน: หาหมอนวดที่ขึ้นทะเบียนแล้วยาก และหมอเก่งย้ายร้านง่าย
- ธุรกิจนี้ลูกค้าต้องมาที่ร้านเท่านั้น ช่วงโควิดร้านนวดถูกสั่งปิดและรายได้หายทั้งหมด → ควรมีเงินสำรอง
- ไม่มีใครรับประกันยอดขาย ทำเลและการดูแลร้านของคุณเป็นตัวตัดสิน
✅ สรุปขั้นตอน
- ตัดสินใจว่าจะนวดเองหรือจ้าง และเช็กว่าหมอนวดขึ้นทะเบียนแล้ว
- เลือกทำเลที่ทำเอกสารได้ และดูราคาร้านนวดแถวนั้น
- คิดค่ามือ ค่าเช่า ค่าแอร์ แล้วหาจุดคุ้มทุนว่าต้องมีลูกค้าวันละกี่ชั่วโมง
- จัดงบเปิดร้านจากชุดอุปกรณ์ด้านบน
- ยื่นขอใบอนุญาตที่ สบส. หรือ สสจ. ก่อนเปิดจริง
- จดทะเบียนพาณิชย์ และวางแผนภาษี
ที่มา (ตรวจ 5 พ.ย. 2569)
- พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และคู่มือปฏิบัติงาน (สสอ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี) · คู่มือประชาชน (สสจ.อุทัยธานี) — https://uthaihealth.moph.go.th/ossc/document/establishment/health_establishment
- งานสถานบริการเพื่อสุขภาพ สสจ.สมุทรปราการ (ค่าธรรมเนียม ระยะเวลา) — https://fdasamutprakan.com/manual/healthcare/
- ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ: ขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการ — https://info.go.th/
- ฐานเศรษฐกิจ (ยื่นที่เดียว โทษ · รับฟังความเห็นนวดนอกสถานที่) — https://www.thansettakij.com/business/260975
- กรุงเทพธุรกิจ (ขาดหมอนวด) — https://www.bangkokbiznews.com/health/public-health/1171191
- Sanook (รูปแบบค่ามือ) — https://www.sanook.com/money/931931/
- Wongnai และรัญจวนนวดไทย (ราคาตลาด) — https://www.wongnai.com/listings/massage-guide · https://www.ranchuanspa.com/massage-prices-khon-kaen/
- Pantip (ประสบการณ์เจ้าของร้าน) — https://pantip.com/topic/42776810
- อุปกรณ์และยอดขาย: ข้อมูลสินค้าบน Shopee ที่ทีมตั้งใจค้นเมื่อ 5 พ.ย. 2569
- หัวข้อมาจากรีเสิร์ชคำค้นของทีมตั้งใจ (Google autocomplete + YouTube 5 พ.ย. 2569)
เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษีเฉพาะบุคคล · ราคาเป็นช่วงที่พบในตลาด ไม่รับประกันรายได้ · ข้อกำหนดและค่าธรรมเนียมอาจต่างกันแต่ละพื้นที่ ตรวจกับ สบส./สสจ. ก่อนยื่น
สัญลักษณ์ในบทความ: ✅ = ยืนยันจากแหล่งทางการแล้ว
อ่านต่อ
ภาษีแม่ค้า ขายของตลาดนัด-ออนไลน์ ต้องเสียไหม เงินได้
แม่ค้าร้านเล็กและขายออนไลน์ เสียภาษีแบบไหน เงินได้ 40(8) หักค่าใช้จ่ายเหมา 60% ยื่น ภ.ง.ด.…
อ่านต่อ →จดทะเบียนพาณิชย์ ร้านเล็ก-ขายออนไลน์ ต้องจดไหม ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่
ขายของหน้าร้านหรือออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม ใครต้องจด ค่าธรรมเนียม 50 บาท ยื่นที่เขตห…
อ่านต่อ →เปิดร้านอาหาร ต้องขออนุญาตอะไรบ้าง ร้านเล็กหน้าบ้าน แผงลอย
เปิดร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือขายเดลิเวอรี ต้องแจ้งหรือขอใบอนุญาตจากเทศบาล/เขต เกณฑ์ 200 ตร.ม…
อ่านต่อ →