ตั้งใจ.ดอทคอมTUNGJAI.COM
หน้าแรก › ธุรกิจ › เปิดร้านนวด

เปิดร้านนวด ต้องมีใบอะไรบ้าง ใช้อะไรบ้าง? แนวคิดร้าน + ชุดอุปกรณ์ตามงบ 3 ระดับ

เปิดร้านนวด ต้องมีใบอะไรบ้าง ใช้อะไรบ้าง? แนวคิดร้าน + ชุดอุปกรณ์ตามงบ 3 ระดับ
ภาพประกอบสร้างด้วย AI
หัวใจธุรกิจ

ร้านนวดที่อยู่รอด
ต่างจากร้านที่ปิดไป แค่ 6 เรื่องนี้

6 หัวใจหลัก
กด อ่านต่อ ทีละเรื่องเมื่อพร้อม
ร้านนวดขายฝีมือคน ไม่ใช่ขายเตียง ถ้าหมอเก่งลาออก หรือไม่รู้ว่าหลังจ่ายค่ามือแล้วร้านเหลือเท่าไร ร้านสวยแค่ไหนก็ไปต่อยากร้านสวยทำให้ลูกค้าเดินเข้ามา · มือหมอที่ดีและอยู่กับร้านนานทำให้ลูกค้ากลับมา

6 หัวใจของร้านนวด

แตะการ์ดเพื่ออ่านเจาะลึกแต่ละเรื่อง

1

หมอนวดฝีมือดี ที่อยู่กับร้านนาน

ลูกค้าติดใจที่มือหมอ ไม่ใช่ที่ร้าน และหมอนวดเก่งๆ หายากมาก ต้องวางแผนตั้งแต่ก่อนเปิดว่าใครจะนวด คัดฝีมือยังไง แบ่งเงินยังไงให้ยุติธรรม และทำยังไงให้เขาอยากอยู่ต่อ

ถ้าพลาด: หมอเก่งลาออก ลูกค้าประจำตามไปหรือเงียบหาย วันที่คนเยอะกลับไม่มีคนนวด

อ่านต่อ →
2

รู้ว่าแต่ละชั่วโมง หลังจ่ายค่ามือแล้วร้านเหลือเท่าไร

ค่ามือหมอนวดคือรายจ่ายก้อนใหญ่ที่เพิ่มตามลูกค้า เงินที่เหลือหลังจ่ายค่ามือต้องพอจ่ายค่าเช่า ค่าไฟแอร์ ผ้า ค่าซัก และคนต้อนรับ คิดให้ออกก่อนตั้งราคาและก่อนตกลงวิธีแบ่งเงิน

ถ้าพลาด: รายรับดูเยอะทุกเดือน แต่หักทุกอย่างแล้วเหลือนิดเดียว ยิ่งลดราคาสู้ร้านข้างๆ ยิ่งไม่เหลือ

อ่านต่อ →
3

ใบอนุญาตครบ ทั้งร้านและหมอนวดทุกคน

ร้านนวดเพื่อสุขภาพต้องขอใบอนุญาตสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ แม้ร้านเล็กก็ยังไม่พบข้อยกเว้น หมอนวดทุกคนต้องขึ้นทะเบียน และสถานที่ต้องทำเอกสารได้ เช็กให้จบก่อนเซ็นสัญญาเช่าหรือแต่งร้าน

ถ้าพลาด: ลงเงินแต่งร้านไปแล้วแต่ขอใบไม่ผ่าน หรือเปิดไปแล้วถูกสั่งปิด มีโทษทั้งจำคุกและปรับ

อ่านต่อ →
4

ถามสุขภาพลูกค้าก่อนนวดทุกครั้ง

นวดผ่อนคลายกับนวดรักษาไม่เหมือนกัน ก่อนนวดต้องถามสุขภาพทุกครั้ง มีบางอาการที่ไม่ควรนวด และในร้านนวดเพื่อผ่อนคลายไม่ควรบิดหรือดัดแรงๆ ให้หมอทุกคนทำแบบเดียวกัน

ถ้าพลาด: ลูกค้าบาดเจ็บ ร้านถูกตรวจและเป็นข่าว ความเชื่อใจที่สร้างมานานหายไปในวันเดียว

🧰 ของที่ช่วยข้อนี้: ชุดปฐมพยาบาล
อ่านต่อ →
5

สะอาด ภาพร้านชัด และให้ลูกค้ากลับมาหาหมอคนเดิม

ผ้าเปลี่ยนทุกคน ห้องไม่มีกลิ่นอับ ราคาติดให้เห็นชัด และหน้าร้านบอกชัดว่าเป็นร้านนวดเพื่อสุขภาพ แล้วมีวิธีชวนลูกค้ากลับมา เช่นนัดครั้งหน้า บัตรสะสม หรือหมอประจำตัว

ถ้าพลาด: ครอบครัวและผู้หญิงไม่กล้าเข้า ลูกค้ามาครั้งเดียวแล้วไม่กลับ ร้านต้องรอแต่คนเดินผ่าน

อ่านต่อ →
6

ทำเลที่ลูกค้ากลุ่มของเราผ่านจริง และค่าเช่าที่ไหวในเดือนเงียบ

รู้ก่อนว่าลูกค้าหลักคือใคร คนทำงาน ผู้สูงอายุ หรือนักท่องเที่ยว แล้วเลือกทำเลตามนั้น ย่านท่องเที่ยวคนเยอะแต่ขึ้นลงตามฤดูและแข่งราคาแรง ค่าเช่าต้องจ่ายได้แม้เดือนที่ลูกค้าน้อย

ถ้าพลาด: ช่วงเงียบหรือช่วงที่ต้องปิดร้าน ค่าเช่าเดินทุกเดือน เงินหมดก่อนลูกค้าจะกลับมา

อ่านต่อ →

ร้านคุณพร้อมแค่ไหน?

ตอบตามจริง 5 ข้อ แล้วดูว่าต้องเตรียมอะไรเพิ่ม

แตะ “มี” หรือ “ยัง” ทีละข้อ
หัวใจข้อ 1 · เจาะลึก

หาหมอนวดที่ดี และทำให้เขาอยากอยู่กับร้าน

ทั้งประเทศยังขาดหมอนวดอีกมาก หมอฝีมือดีมีที่ให้เลือกเยอะ เจ้าของร้านหลายคนเล่าว่าหมอเข้าๆ ออกๆ วันไหนลูกค้าเยอะคนไม่พอ ต้องลงมือนวดเอง

ทำทีละขั้น

  1. ถ้าเจ้าของนวดเป็นเอง เริ่มจากตัวเองก่อน แล้วค่อยเพิ่มหมอทีละคน จะคุมฝีมือได้ง่ายกว่า
  2. รับเฉพาะหมอที่ขึ้นทะเบียนแล้ว และเรียนจากหลักสูตรที่ สบส. รับรอง ขอดูเอกสารทุกคน
  3. ให้ลองนวดจริงก่อนรับ ให้เจ้าของหรือคนที่ไว้ใจเป็นคนรับนวด ดูทั้งฝีมือ การลงน้ำหนัก และมารยาท
  4. ตกลงวิธีแบ่งเงินให้ชัดตั้งแต่วันแรก เขียนไว้ให้ทั้งสองฝ่ายถือ ไม่ว่าจะแบ่งตามรายได้ จ่ายต่อชั่วโมง หรือประกันรายได้ขั้นต่ำ
  5. ให้หมอได้ประโยชน์เมื่อลูกค้าขอตัว เช่นมีค่ารีเควส หรือขึ้นค่ามือเมื่อทำงานครบตามที่ตกลง
  6. จัดตารางงานล่วงหน้า และเมื่อมีคนลาออก ถามเหตุผลตรงๆ เพื่อแก้ก่อนคนถัดไปจะออก

สัญญาณเตือน

มีหมอคนเดียวที่ลูกค้าขอตลอด · ต้องรับใครก็ได้เพราะคนไม่พอ · หมออยู่ไม่กี่เดือนก็ออก · เจ้าของต้องลงนวดเองทุกวันที่คนเยอะ

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

หัวใจข้อ 2 · เจาะลึก

คิดให้ออกว่าแต่ละชั่วโมงร้านเหลือเงินเท่าไร

เจ้าของร้านนวดคนหนึ่งเปิดตัวเลขให้ดูว่ารายรับโตขึ้นทุกเดือน แต่หลังแบ่งเงินให้หมอ จ่ายค่าเช่า ค่าไฟ และจ้างคนต้อนรับเพราะตัวเองไม่ได้อยู่ร้าน เงินที่เหลือน้อยกว่าที่คิดมาก

ทำทีละขั้น

  1. แยกราคาแต่ละบริการ เช่น นวดไทย นวดเท้า นวดน้ำมัน แล้วลบค่ามือที่ต้องจ่ายต่อชั่วโมงของบริการนั้น
  2. ลบของที่ใช้ต่อคนด้วย น้ำมัน ครีม ผ้า ค่าซัก ชาหรือน้ำ จะได้เงินที่ร้านเหลือต่อชั่วโมง
  3. รวมค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเดือน ค่าเช่า ไฟ น้ำ คนต้อนรับ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปี แล้วหารด้วยวันที่เปิดจริง
  4. เอาตัวเลขต่อวัน หารเงินที่เหลือต่อชั่วโมง จะได้จำนวนชั่วโมงที่ต้องขายให้ได้ต่อวัน แล้วเทียบกับจำนวนเตียงและเวลาที่เปิดว่าเป็นไปได้ไหม
  5. ถ้าตกลงประกันรายได้ให้หมอ ลองคิดวันที่ลูกค้าน้อยด้วย เพราะร้านยังต้องจ่ายแม้ไม่มีลูกค้า
  6. ตั้งราคาจากตัวเลขของตัวเอง ไม่ลดราคาจนต่ำกว่าเส้นนี้เพียงเพราะร้านรอบๆ ลด

สัญญาณเตือน

ตอบไม่ได้ว่าชั่วโมงละเหลือกี่บาท · ตั้งราคาตามร้านข้างๆ · ลดราคาแล้วลูกค้าเพิ่มแต่เงินไม่เพิ่ม · ขายแพ็กเกจล่วงหน้าแล้วไม่ได้จดว่าลูกค้าใช้ไปเท่าไร

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

หัวใจข้อ 3 · เจาะลึก

ทำใบอนุญาตให้ครบ ก่อนเสียเงินแต่งร้าน

ร้านนวดอยู่ภายใต้กฎหมายสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ใบอนุญาตผูกกับสถานที่ ถ้าที่นั้นทำเอกสารไม่ได้ หรือไม่มีของที่กฎหมายกำหนด จะขอใบไม่ผ่าน กรุงเทพฯ ยื่นที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ต่างจังหวัดยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)

ทำทีละขั้น

  1. ก่อนเซ็นสัญญาเช่า ถาม สสจ. หรือ สบส. ว่าสถานที่นี้ขอใบอนุญาตได้ไหม ต้องมีอะไรบ้าง และใช้เวลานานแค่ไหน
  2. เตรียมเอกสารสถานที่ เช่นทะเบียนบ้านของสถานที่ สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมจากเจ้าของ
  3. จัดร้านให้มีของตามรายการที่ต้องถ่ายรูปส่ง เช่น ที่เปลี่ยนเสื้อผ้า อ่างล้างมือ ห้องน้ำ ที่ซักตากผ้า ถังดับเพลิง ชุดปฐมพยาบาล
  4. เช็กว่าหมอนวดทุกคนขึ้นทะเบียนแล้ว และหลักสูตรที่เรียนได้รับการรับรอง เพราะบางสถาบันยังไม่ได้รับรอง
  5. จดวันจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีและวันต่ออายุใบอนุญาตไว้ ไม่ใช่จ่ายครั้งเดียวจบ
  6. ถ้าอยากรับนวดนอกร้าน เช่นไปบ้านหรือโรงแรม ให้ถาม สสจ. หรือ สบส. ก่อน เพราะตอนนี้กฎหมายยังไม่รองรับชัดเจน

สัญญาณเตือน

เซ็นสัญญาเช่าก่อนถามหน่วยงาน · ไม่รู้ว่าหมอนวดในร้านขึ้นทะเบียนหรือยัง · ไม่รู้ว่าใบอนุญาตหมดเมื่อไร · คิดว่าร้านเล็กไม่ต้องขอใบ

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

หัวใจข้อ 4 · เจาะลึก

ให้ทุกคนที่มานวด กลับบ้านไปอย่างปลอดภัย

กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะนำให้ซักประวัติก่อนนวดเสมอ และมีอาการที่ห้ามนวด เช่น ไข้สูง กระดูกร้าวหรือหัก บริเวณที่อักเสบ หรือติดเชื้อที่ผิวหนัง เคยมีข่าวที่ทำให้หน่วยงานลงตรวจร้านนวด และย้ำว่านวดผ่อนคลายห้ามบิดดัด

ทำทีละขั้น

  1. ทำแบบถามสุขภาพสั้นๆ เช่น มีโรคประจำตัวไหม ตั้งครรภ์ไหม มีไข้ไหม เพิ่งบาดเจ็บหรือผ่าตัดไหม เจ็บตรงไหนเป็นพิเศษ
  2. ให้หมอทุกคนถามทุกครั้ง แม้เป็นลูกค้าประจำ เพราะสุขภาพเปลี่ยนได้
  3. ถ้าลูกค้ามีอาการที่ไม่ควรนวด หรือไม่แน่ใจ ให้บอกอย่างสุภาพและแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อน
  4. ตกลงกันในร้านว่าไม่บิด ไม่ดัดแรง โดยเฉพาะคอ และหยุดทันทีเมื่อลูกค้าบอกว่าเจ็บ
  5. จดชื่อ วันที่ และสิ่งที่ลูกค้าบอก เก็บไว้ในทะเบียนลูกค้า
  6. ถ้าโฆษณาร้าน อย่าเขียนว่านวดรักษาโรคได้

สัญญาณเตือน

ลูกค้าเดินเข้ามาแล้วนวดเลยโดยไม่ถาม · หมอแต่ละคนทำไม่เหมือนกัน · มีลูกค้าบ่นว่าเจ็บหลังนวดแต่ไม่มีใครจด · ร้านไม่มีชุดปฐมพยาบาล

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

หัวใจข้อ 5 · เจาะลึก

ทำให้ลูกค้าวางใจ และอยากกลับมาอีก

ลูกค้าที่นวดบ่อยมักให้น้ำหนักกับความสะอาด ความสุภาพ และฝีมือที่เท่ากันทุกครั้ง แต่ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้กลับมาเอง มักรอจนปวดอีกรอบถึงจะนึกได้ ร้านที่มีวิธีชวนกลับมาจึงไม่ต้องพึ่งคนเดินผ่านอย่างเดียว

ทำทีละขั้น

  1. เปลี่ยนผ้าปู ผ้าคลุม และปลอกหมอนทุกคน เตรียมผ้าไว้หลายชุดให้ซักทัน
  2. เปิดห้องให้อากาศถ่ายเท เช็กกลิ่นทุกวัน ห้องน้ำและอ่างล้างมือสะอาดเสมอ
  3. ติดราคาและเวลาของแต่ละบริการให้เห็นชัด จับเวลาให้ครบตามที่ลูกค้าจ่าย
  4. ทำหน้าร้านให้ดูเป็นร้านนวดเพื่อสุขภาพ สว่าง เรียบร้อย ไม่ให้หมอนั่งโชว์หน้าร้าน ซึ่งกฎหมายก็ห้ามไว้
  5. ก่อนลูกค้ากลับ ถามว่าอยากนัดครั้งหน้าไหม จดว่าชอบหมอคนไหน หรือใช้บัตรสะสมแทนการลดราคาบ่อยๆ
  6. ถ้าขายแพ็กเกจหรือคูปองล่วงหน้า จดให้ชัดว่าใครเหลือกี่ครั้ง และเขียนเงื่อนไขให้เข้าใจง่าย

สัญญาณเตือน

มีกลิ่นอับในห้อง · ผ้าไม่พอเปลี่ยนวันที่ลูกค้าเยอะ · ลูกค้าส่วนใหญ่มาครั้งเดียว · ไม่รู้ว่าลูกค้าประจำคือใคร

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

หัวใจข้อ 6 · เจาะลึก

เลือกทำเลให้ตรงลูกค้า และไม่ให้ค่าเช่ากินร้าน

ช่วงที่ร้านนวดถูกสั่งปิดหรือลูกค้าหาย เจ้าของหลายร้านบอกว่าภาระหนักที่สุดคือค่าเช่าที่ยังต้องจ่าย บางร้านต้องเซ้งร้านไป ส่วนร้านริมถนนที่ไม่มีที่จอดอาจเหมาะกับนักท่องเที่ยวเดินเข้า แต่ไม่เหมาะกับลูกค้าที่อยากได้ความสงบ

ทำทีละขั้น

  1. เขียนให้ชัดว่าลูกค้าหลักคือใคร มาตอนไหน คนทำงานมักมาหลังเลิกงานและวันหยุด ผู้สูงอายุอยากได้ร้านใกล้บ้าน ชั้นล่าง ไม่มีบันไดชัน
  2. ไปนับคนผ่านช่วงที่ลูกค้ากลุ่มนั้นจะมา ทั้งวันธรรมดาและเสาร์อาทิตย์
  3. ดูที่จอดรถ ป้ายรถ และความเงียบของจุดนั้น
  4. เดินดูร้านนวดรอบๆ ว่าคิดราคาเท่าไร คนเยอะช่วงไหน แล้วคิดว่าร้านเราจะต่างจากเขาตรงไหนโดยไม่ต้องตัดราคา
  5. เทียบค่าเช่ากับเดือนที่ลูกค้าน้อยที่สุด ไม่ใช่เดือนที่ดีที่สุด และเตรียมเงินสำรองแยกไว้
  6. อ่านสัญญาเช่าเรื่องการต่อสัญญา การขึ้นค่าเช่า และกรณีต้องปิดร้านชั่วคราว ก่อนเซ็น

สัญญาณเตือน

เลือกที่เพราะค่าเช่าถูกหรือใกล้บ้าน · ลูกค้ามาแค่บางฤดู · ต้องลดราคาสู้ร้านข้างๆ ตลอด · ไม่มีเงินสำรองถ้าต้องปิดร้านสักเดือน

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

🧰 ชุดเปิดร้านนวด ทีมตั้งใจคัดไว้ให้แล้ว

ทีมตั้งใจจัดชุดอุปกรณ์ร้านนวดไว้ 3 ระดับ จากของที่ร้านนวดใช้กันจริงและมีคนซื้อจริง ติ๊กออกของที่มีอยู่แล้ว ยอดรวมจะคำนวณให้เอง

จัดชุดอุปกรณ์ตามงบ

รวมของที่ต้องซื้อ ประมาณ0 บาท

ติ๊กออกของที่มีอยู่แล้ว · กด "เปลี่ยนรุ่น" เพื่อเลือกยี่ห้อ/รุ่นอื่น ยอดรวมคิดใหม่ให้ · ภาพสินค้าจากร้านค้า · คิดเฉพาะค่าอุปกรณ์ ไม่รวมค่าตกแต่ง/จัดร้าน ค่าเช่า มัดจำ และวัตถุดิบ · *ราคาประมาณ ณ วันที่ 5 พ.ย. 2569 · ราคาจริงขึ้นกับร้านค้าและจำนวนที่ซื้อ

คำนวณต้นทุนต่อเสิร์ฟ →

ของใช้ที่อาจต้องซื้อเพิ่ม

ของเล็ก ของสิ้นเปลือง และอุปกรณ์เสริมที่ร้านส่วนใหญ่ต้องใช้ แยกจากชุดอุปกรณ์หลัก

รวมของที่ต้องซื้อ ประมาณ0 บาท

ติ๊กออกของที่มีอยู่แล้ว · กด "เปลี่ยนรุ่น" เพื่อเลือกยี่ห้อ/รุ่นอื่น ยอดรวมคิดใหม่ให้ · ภาพสินค้าจากร้านค้า · คิดเฉพาะค่าอุปกรณ์ ไม่รวมค่าตกแต่ง/จัดร้าน ค่าเช่า มัดจำ และวัตถุดิบ · *ราคาประมาณ ณ วันที่ 5 พ.ย. 2569 · ราคาจริงขึ้นกับร้านค้าและจำนวนที่ซื้อ

คำนวณต้นทุนต่อเสิร์ฟ →

ร้านนวดไทยส่วนใหญ่ใช้เบาะนวดวางพื้น (หมอนวดลงน้ำหนักได้ดีกว่าเตียงสูง) ส่วนนวดน้ำมันใช้เตียงที่มีรูวางหน้า · เก้าอี้ผ้าใบปรับเอนเป็นทางเลือกประหยัดสำหรับนวดเท้า ถ้าลูกค้าเยอะค่อยเปลี่ยนเป็นโซฟานวดเท้า


อ่านละเอียด: เปิดร้านนวด ทีละเรื่อง

คำตอบสั้น

  • ร้านนวดทุกขนาด ต้องมีใบอนุญาตสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทนวดเพื่อสุขภาพ แม้มีแค่ 1–2 เตียง (ยื่นที่ สบส. ในกรุงเทพฯ หรือ สสจ. ต่างจังหวัด)
  • หมอนวดทุกคนต้องขึ้นทะเบียน และเรียนจากหลักสูตรที่ สบส. รับรอง ร้านรับได้เฉพาะคนที่ขึ้นทะเบียนแล้ว
  • ต้นทุนก้อนใหญ่ของร้านนวดไม่ใช่อุปกรณ์ แต่คือ ค่ามือหมอนวด ค่าเช่า และค่าแอร์ → คิดตัวเลขให้รอบก่อนเปิด

แนวคิดการเปิดร้านนวด

สรุปจากกฎหมาย ข่าว และเรื่องเล่าของเจ้าของร้านจริง (ที่มาท้ายบท)

ร้านนวดเล็กในชุมชน ลูกค้าหลักคือคนทำงานและคนแถวบ้าน
ร้านนวดเล็กในชุมชน ลูกค้าหลักคือคนทำงานและคนแถวบ้าน · ภาพประกอบสร้างด้วย AI

ลูกค้าคือใคร มาเพราะอะไร

  • คนทำงานที่นั่งนาน ปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง อยากได้หมอที่ "นวดตรงจุด" และร้านที่เปิดหลังเลิกงานหรือวันหยุด
  • ผู้สูงอายุและวัยกลางคน อยากได้ร้านใกล้บ้าน เข้าออกง่าย หมอที่ถามสุขภาพก่อนนวดและลงน้ำหนักพอดี
  • นักท่องเที่ยว มักเลือกนวดเท้าหรือนวดสั้นๆ ดูที่ป้ายราคาชัด สะอาด เปิดดึก
  • ขาประจำในชุมชน นวดเป็นกิจวัตร ราคาต้องมาได้บ่อย ชอบคูปองหรือบัตรสะสม

ร้านที่นิยมเปิดมี 3 แบบ

แบบ ขนาดคร่าวๆ เหมาะกับใคร
ร้านเล็กในชุมชน 1–3 ที่ ห้องเล็ก/หน้าบ้าน เจ้าของเป็นหมอนวดเอง เริ่มจากขาประจำแถวบ้าน
ห้องแถวนวดไทย + นวดเท้า 1 คูหา ราว 30–50 ตร.ม. 3–5 ที่ ทำเลคนผ่านเยอะ จ้างหมอนวด 2–4 คน
ร้าน 2 คูหา มีห้องนวดน้ำมันแยก ราว 60–120 ตร.ม. 6–10 ที่ มีพนักงานต้อนรับ รับลูกค้าเดินเข้าได้ทั้งวัน

ขนาดเป็นตัวเลขคร่าวๆ จากบทความธุรกิจ ไม่ใช่เกณฑ์ทางการ · ถ้าจะมีที่อาบน้ำให้ลูกค้า ต้องขอเป็น "สปา" ซึ่งเกณฑ์เข้มกว่า

เงินเข้าจากไหน (ราคาตลาดที่พบ ไม่ใช่สัญญาว่าจะได้)

บริการ ราคาที่พบต่อชั่วโมง
นวดไทย ราว 150–300 บาท (บางจังหวัดถึง 400)
นวดเท้า ราว 250–300 บาท
นวดน้ำมัน ราว 350 บาท
นวดอโรม่า ราว 500–700 บาท
นวดประคบสมุนไพร ราว 600 บาท

รายได้เสริมที่ร้านทำกัน: แพ็กเกจ 2 ชั่วโมง · คูปองหรือบัตรสะสม · ขายยาหม่อง ลูกประคบ (ห้ามโฆษณาว่านวดรักษาโรคได้)

แบ่งเงินกับหมอนวดยังไง (แบบที่พบบ่อย)

  • แบ่งครึ่ง 50/50 นิยมในร้านเล็ก
  • ค่ามือคงที่ต่อชั่วโมง นวดไทยราว 100–150 บาท
  • ประกันรายได้ขั้นต่ำ เช่นวันละ 300–400 บาท แล้วจ่ายตามชั่วโมงเพิ่ม

ตัวอย่างจากกระทู้เจ้าของร้านคนหนึ่ง: รายรับ 10 เดือนแรกดูเยอะ แต่หลังจ่ายค่ามือ ค่าเช่า และพนักงานต้อนรับแล้ว เหลือไม่มาก → คิดตัวเลขทั้งหมดก่อนเปิด ด้วยเครื่องคิดจุดคุ้มทุน

ค่าใช้จ่ายที่มักลืม

  • ค่าไฟแอร์ (ร้านเปิดแอร์ทั้งวันจนดึก)
  • ผ้าและค่าซัก: ควรมีผ้าหมุนเวียนอย่างน้อย 3 ชุดต่อที่ และต้องมีที่ซัก-ตากผ้าในร้าน (เป็นเงื่อนไขตอนขอใบอนุญาต)
  • ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต รายปี ไม่ใช่จ่ายครั้งเดียว
  • ถังดับเพลิง สัญญาณเตือนภัย ชุดปฐมพยาบาล ป้ายห้ามสูบบุหรี่
  • เงินสำรองจ่ายค่าเช่าและค่ามือช่วง 3–6 เดือนแรกที่ลูกค้ายังไม่เต็ม

ร้านที่ไปได้ดี vs ร้านที่ลำบาก

ร้านที่ไปได้ดีมักมี ร้านที่ลำบากมักเจอ
หมอนวดฝีมือสม่ำเสมอ ลูกค้าได้มาตรฐานเดิมทุกครั้ง หมอนวดเก่งลาออก (ทั้งประเทศขาดหมอนวดราว 7 หมื่นคน หมอเก่งย้ายร้านง่าย)
สะอาดที่มองเห็นได้ ผ้าเปลี่ยนทุกคน ไม่มีกลิ่นอับ แข่งตัดราคาในย่านท่องเที่ยว
ระบบค่าตอบแทนที่ดึงหมอเก่งไว้ได้ รายรับสูงแต่เหลือน้อย เพราะเจ้าของไม่อยู่คุมร้าน
ขาประจำ ระบบนัด คูปอง ภาพลักษณ์ไม่ชัด ทำให้ครอบครัวและผู้หญิงไม่กล้าเข้า

ถามตัวเองก่อนเปิด

  1. หมอนวดมาจากไหน ตัวเองนวดเป็นและขึ้นทะเบียนแล้วหรือยัง ถ้าจ้าง มีกี่คนที่พร้อมอยู่ยาว
  2. จะแบ่งเงินกับหมอนวดแบบไหน และถ้าเดือนแรกลูกค้าน้อย ร้านจ่ายไหวกี่เดือน
  3. ทำเลนี้มีคนกลุ่มที่เราอยากได้ผ่านทุกวันไหม ร้านนวดแถวนั้นคิดราคาเท่าไหร่
  4. สถานที่ทำเอกสารใบอนุญาตได้ไหม (ทะเบียนบ้าน สัญญาเช่า ห้องน้ำ อ่างล้างมือ ที่ซักผ้า)
  5. ถ้าเราไม่อยู่ร้าน ใครคุมคุณภาพ ความสะอาด และการถามสุขภาพลูกค้าก่อนนวด
  6. ลูกค้าจะกลับมาซ้ำเพราะอะไร

เปิดร้านนวด คำถามที่คนถามบ่อย

แตะหัวข้อเพื่อเปิดอ่าน

1) เปิดร้านนวด ต้องมีใบอะไรบ้าง
  • เจ้าของร้าน: ขอใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทนวดเพื่อสุขภาพ (แบบ สพส.1) ตาม พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 · อายุ 20 ปีขึ้นไป · ใบอนุญาตมีอายุ 5 ปี
  • ค่าธรรมเนียม คิดตามพื้นที่ให้บริการ ราว 500–5,000 บาท (ร้านไม่เกิน 100 ตร.ม. เริ่ม 500 บาท) และมี ค่าธรรมเนียมรายปี อีกปีละไม่เกิน 1,000 บาท
  • ยื่นที่ไหน: กรุงเทพฯ ยื่นที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) · ต่างจังหวัดยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) · ใช้เวลาราว 65–75 วันทำการหลังเอกสารครบ
  • ได้ใบนี้แล้ว ไม่ต้องขอใบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจากท้องถิ่นซ้ำ
  • เปิดโดยไม่มีใบอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท
  • ร้านนวดต้องมี "ผู้ดำเนินการ" หรือไม่ ข้อมูลที่พบยังไม่ตรงกัน → ถาม สบส. หรือ สสจ. ก่อนยื่น
2) หมอนวดต้องขึ้นทะเบียนไหม
  • ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการ (แบบ สพส.12) ทุกคน · อายุ 18 ปีขึ้นไป · มีใบประกาศจาก หลักสูตรที่ สบส. รับรอง
  • กฎหมายไม่ได้กำหนดชั่วโมงตายตัว แต่หลักสูตรนวดไทย 150 ชั่วโมงเป็นหลักสูตรที่ใช้ขึ้นทะเบียนได้
  • ก่อนจ้างหรือก่อนไปเรียน เช็กรายชื่อหลักสูตรที่รับรองก่อน เพราะมีคนถูกปฏิเสธเพราะชื่อหลักสูตรหรือชั่วโมงไม่ตรง
  • งานนวดไทยเป็นงานที่สงวนไว้ให้คนไทย (ประกาศกระทรวงแรงงาน 2563)
3) ร้านเล็ก 1–2 เตียง หรือเปิดที่บ้าน ต้องขอไหม
  • ต้องขอเหมือนกัน กฎหมายไม่ได้ยกเว้นร้านเล็ก ค่าธรรมเนียมเริ่มที่ขั้นต่ำสุด
  • รับนวดนอกสถานที่ (ไปบ้าน/โรงแรม) ยังเป็นพื้นที่สีเทา: กฎหมายปัจจุบันผูกการนวดไว้กับสถานที่ที่ได้รับอนุญาต และรัฐเพิ่งเปิดรับฟังความเห็นเรื่องแก้กฎหมายให้รองรับเมื่อ ส.ค. 2569 → ถาม สบส./สสจ. ก่อนเริ่ม
4) ในร้านต้องมีอะไรบ้างตอนขอใบอนุญาต
  • ป้ายชื่อร้าน เลขที่ เวลาเปิดปิด ป้ายห้ามสูบบุหรี่ · จุดต้อนรับ · ห้องน้ำ อ่างล้างมือ · ที่ซัก-ตากผ้าและที่เก็บอุปกรณ์ · ถังดับเพลิง สัญญาณเตือนภัย ชุดปฐมพยาบาล ถังขยะมีฝา
  • ห้ามจัดที่ให้หมอนวดนั่งโชว์ให้ลูกค้าเลือก · ห้ามขายหรือดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน
  • ร้านนวดเพื่อสุขภาพ ห้ามมีที่อาบน้ำให้บริการ (ถ้าจะมีต้องขอเป็นสปา)
5) ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ เสียภาษีอะไรบ้าง
  • ร้านบุคคลธรรมดาดูจดทะเบียนพาณิชย์ตามเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • รายได้ค่าบริการเป็นเงินได้ที่ต้องยื่นภาษี · รายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจด VAT · ขายแพ็กเกจหรือคูปองล่วงหน้าต้องบันทึกบัญชีให้ถูก → ดูภาษีแม่ค้า ร้านเล็ก
6) ร้านนวดดีไหม ความเสี่ยงคืออะไร
  • ความต้องการมีจริง คนทำงานนั่งนานและผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น
  • ความเสี่ยงหลักคือ คน: หาหมอนวดที่ขึ้นทะเบียนแล้วยาก และหมอเก่งย้ายร้านง่าย
  • ธุรกิจนี้ลูกค้าต้องมาที่ร้านเท่านั้น ช่วงโควิดร้านนวดถูกสั่งปิดและรายได้หายทั้งหมด → ควรมีเงินสำรอง
  • ไม่มีใครรับประกันยอดขาย ทำเลและการดูแลร้านของคุณเป็นตัวตัดสิน

✅ สรุปขั้นตอน

  • ตัดสินใจว่าจะนวดเองหรือจ้าง และเช็กว่าหมอนวดขึ้นทะเบียนแล้ว
  • เลือกทำเลที่ทำเอกสารได้ และดูราคาร้านนวดแถวนั้น
  • คิดค่ามือ ค่าเช่า ค่าแอร์ แล้วหาจุดคุ้มทุนว่าต้องมีลูกค้าวันละกี่ชั่วโมง
  • จัดงบเปิดร้านจากชุดอุปกรณ์ด้านบน
  • ยื่นขอใบอนุญาตที่ สบส. หรือ สสจ. ก่อนเปิดจริง
  • จดทะเบียนพาณิชย์ และวางแผนภาษี

ที่มา (ตรวจ 5 พ.ย. 2569)

  1. พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และคู่มือปฏิบัติงาน (สสอ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี) · คู่มือประชาชน (สสจ.อุทัยธานี) — https://uthaihealth.moph.go.th/ossc/document/establishment/health_establishment
  2. งานสถานบริการเพื่อสุขภาพ สสจ.สมุทรปราการ (ค่าธรรมเนียม ระยะเวลา) — https://fdasamutprakan.com/manual/healthcare/
  3. ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ: ขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการ — https://info.go.th/
  4. ฐานเศรษฐกิจ (ยื่นที่เดียว โทษ · รับฟังความเห็นนวดนอกสถานที่) — https://www.thansettakij.com/business/260975
  5. กรุงเทพธุรกิจ (ขาดหมอนวด) — https://www.bangkokbiznews.com/health/public-health/1171191
  6. Sanook (รูปแบบค่ามือ) — https://www.sanook.com/money/931931/
  7. Wongnai และรัญจวนนวดไทย (ราคาตลาด) — https://www.wongnai.com/listings/massage-guide · https://www.ranchuanspa.com/massage-prices-khon-kaen/
  8. Pantip (ประสบการณ์เจ้าของร้าน) — https://pantip.com/topic/42776810
  9. อุปกรณ์และยอดขาย: ข้อมูลสินค้าบน Shopee ที่ทีมตั้งใจค้นเมื่อ 5 พ.ย. 2569
  10. หัวข้อมาจากรีเสิร์ชคำค้นของทีมตั้งใจ (Google autocomplete + YouTube 5 พ.ย. 2569)

เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษีเฉพาะบุคคล · ราคาเป็นช่วงที่พบในตลาด ไม่รับประกันรายได้ · ข้อกำหนดและค่าธรรมเนียมอาจต่างกันแต่ละพื้นที่ ตรวจกับ สบส./สสจ. ก่อนยื่น

เผยแพร่ 5 พ.ย. 2569 · ตรวจข้อมูลล่าสุด 5 พ.ย. 2569 · ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายหรือภาษีเฉพาะบุคคล · ควรยืนยันกับหน่วยงานในพื้นที่ก่อนดำเนินการ

สัญลักษณ์ในบทความ: ✅ = ยืนยันจากแหล่งทางการแล้ว

อ่านต่อ

เครื่องมือฟรีที่ใช้กับเรื่องนี้