ชีวิตจะสบายขึ้น มีเงินเก็บ เมื่อมี 5 นิสัยนี้อยู่ในตัว

วันนี้เราจะพาคุณไปเรียนรู้การฝึกนิสัยเก็บออมให้เป็นคนที่มีวินัยในตัวเอง กับ ชีวิตจะสบายขึ้น มีเงินเก็บ เมื่อมี 5 นิสัยนี้อยู่ในตัว ไปดูกันว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง เพื่อให้ชีวิตของคุณในวันข้างหน้านั้นสุขสบาย ไม่ลำบาก

หลา ยคนไม่ใช่ไม่ อ ย า ก เก็บเงินนะ… แต่รู้สึกว่า…มัน ย า ก โดยเฉพาะคนที่ดูดวงมาแล้ว ห ม อ บอ กว่า…คนอย่างเรา ‘เก็บเงินไม่อยู่’ ชีวิตมันก็มักจะเป็นไปต ามคำทำนายเสียด้วยสิ! กว่าจะเริ่มมีเงินเก็บจริงจัง ปาไปอายุ 30 กว่า!! หลังจากลุกขึ้น มาตั้งสติ คิดถึงอนาคต ก็ได้ค้นพบว่าตัวเองใช้ 5 ขั้นตอนนี้จนทำให้มีเงินเก็บ ฉันใช้เองแล้วได้ผล เลย อ ย า ก เอามา แ ช ร์ ให้ใช้กันค่ะ

1 เวลาจะใช้เงิน ให้คิดว่า…ต้องแลกกับอะไร?

เมื่อ กิเลสมาเยือน มือสั่นจนจะลั่นควักจ่าย หยุดคิดสักนิดเป็นภาพในหัวว่า…จะดีกว่ามั้ย? ถ้าเงินก้อนนี้ไปอยู่กับเงินเก็บ…ที่เจริญเติบโตอย่างงดงาม แล้วคิดต่อสิ ถ้าเงินนี้ไม่จ่ายออ กไป เก็บไว้อีก 10 ปีข้างหน้า ดอ กทบต้น ต้นทบดอ ก เงินก้อนนี้ยังอยู่+โตได้ด้วย ด อ ก เ บี้ ย หรือผลตอบแทน โอ๊ย…จะพาลเสียดายไม่ อ ย า ก ใช้ขึ้น มาเองค่ะ แนะนำ ให้คิด ‘สคริปต์บทพูดพร้อมภาพประกอบ’ อนาคตของเงินเก็บหรือสิ่งที่เราจะเก็บเงินไปซื้ อ จากนั้นเทียบกันค่ะ มือซ้าย…ของที่จะช้อปปิ้งด้วยอารมณ์ ชั่ ว วู บ มือขวา…เงินเก็บและอนาคตอันงดงาม

2 ได้มาแล้วเก็บก่อน เหลือเท่าไร ให้ใช้ได้แค่นั้น

ขั้นนี้สำคัญมาก ถ้าใช้ก่อนแล้วค่อยเเก็บ…ไม่มีทางเหลือไปเก็บแน่นอนค่ะ แถมคนสมัยนี้ก็ใจอ่อน วินัยอ่อน ถึงเงินสดหมด ก็รูดบัตร กดเงินจากบัตรกดเงินสดมาใช้ได้อีก เจ้าใจอ่อนนี่แหละค่ะ…ตัวการที่พาฐานะของเราอ่อนยวบลงไปด้วย แนะนำ ลองเริ่มที่ 5% ของรายได้ที่เข้ากระเป๋า ส่วนเป้าหมาย คือ 10% ต่อไปหากดัดนิสัยให้รักการเก็บเงินได้แล้ว ก็ค่อยๆ เพิ่มเปอร์เซ็นต์ให้มากขึ้น แต่ตอนนี้เอาแค่นี้ก่อนเถอะ!

3 เงินเก็บนั้นไซร้..วางไว้ให้ไกลมือ

ในเมื่อเราเป็นคนที่ไม่ถูกกับเงิน อยู่ใกล้กันแล้วเงินละลา ย แนะนำ เริ่มฝากประจำ แบบหักบัญชีอัตโนมัติ เอาวันที่เดียวกับเงินเดือนออ กเลยนะ อย่าให้เงินถึงมือเราค่ะ แวะไปเก็บก่อนเลย ถึงเมื่อไร มีเรื่องให้ใช้แน่นอน

4 หมั่นชื่นชมความเจริญเติบโตของเงินเก็บ

ข้อนี้แปลกค่ะ หากเราหลับหูหลับต าเก็บเงินได้สัก 3 เดือนขึ้นไป ลองกลับมาดูเงินในบัญชีอีกที ทีนี้เราจะไม่ อ ย า กไปแตะต้องมันเอง มันเหมือนปลูกต้นไม้ดอ กไม้น่ะค่ะ เมื่อมีความงอ กงาม เราก็จะรู้สึกภูมิใจ มีความสุขที่เห็น มันโต ไม่ อ ย า ก ให้มัน ต า ย แนะนำ ทุก 3 เดือน มาดูเงินเก็บพร้อมดอ กผล วางมือแนบอ ก ขอบคุณตัวเองที่ทำได้ จงภูมิใจ

5 เมื่อรายได้เพิ่ม ให้เก็บเงินเพิ่มขึ้นทุกครั้ง

เช่น ปีนี้รายได้หรือเงินเดือนเพิ่ม 5% จากเดิมที่เคยเก็บเงินที่ 10% ของเงินเดือน ให้ลองเพิ่มเป็น 12% นั่นแปลว่า จาก 5% ของรายได้ที่เพิ่มขึ้น แบ่งมาเก็บ 2% แล้วใช้ชีวิตหรูขึ้นได้อีก 3% หากทำแบบนี้ได้ ยิ่งรายได้มาก เงินเก็บจะยิ่งมาก

แนะนำ ให้คิดไปเลยว่านี่ไม่ใช่เรื่อง ย า ก เราทำได้สบายมาก! นี่คือวิธีคิดของคนที่จะ ‘สบายในบั้นปลา ย’ ชีวิตมีแต่เรื่องดี ทั้งเงินเก็บที่เพิ่มขึ้นแบบอัตราเร่งให้อุ่นใจ ในขณะเดียวกันก็มี่ชีวิตที่ดีขึ้น ใช้เงินเพิ่มขึ้นได้แบบมีสติ

จุ ด ต า ย จุดอ่อนของ ‘คนเก็บเงินไม่อยู่’ รู้ชัด มันคือ… ‘การอัพเกรดไลฟ์สไตล์’ ค่ะ! หากเราไม่ทำข้อ 5 รายได้เพิ่มเท่าไร ใช้เพิ่มขึ้นเท่านั้น นานวัน เงินเก็บเราจะไม่พอ ย า ไ ส้ ใน ย ามเกษียณค่ะ เพราะคิดดู… เงินเก็บโตก็จริง แต่รายจ่ายโตเร็วยิ่งกว่า

– อย่าเปลี่ยนรถ เปลี่ยน มือถือ บ่อย

– กิน เที่ยว ให้พอ ดีตัว อย่ายกระดับความหรูทุกปี (ต ามที่เห็นช าวบ้านทำ)

เอาเข้าจริงๆ ชีวิตคนเรา 30 ลิขิตฟ้า 70 ต้อง ฝ่ า ฟั น ค่ะ ด ว ง กำหนดชีวิตมาส่วนนึง แต่นิสัยเรากำหนดชีวิตเป็นส่วนใหญ่กว่า อ ย า ก เปลี่ยนชีวิต อ ย า ก แ ก้ ด ว ง ให้แก้ที่การกระทำค่ะ ใครจะบอ กว่าเราเป็น ‘คนเก็บเงินไม่อยู่’ ยังไง เราก็แก้ความเชื่อแบบนี้ได้

เราแก้ได้แน่นอน…ถ้าเรารักและเห็นแก่อนาคตตัวเองมากพอ ‘เก็บเงิน’ น่ะ ไม่ ย า ก ค่ะ…ขอแค่เชื่อว่าเราทำได้ และรู้ชัดว่าเราจะทำไปทำไม และทำเพื่อใคร

ที่มา sabailey

Facebook Comments